ทำความรู้จัก “ไวรัสนิปาห์” (Nipah Virus) มหันตภัยเงียบจากค้างคาวสู่อันตรายถึงชีวิต

0
2

ในโลกที่โรคอุบัติใหม่เกิดขึ้นได้เสมอ “ไวรัสนิปาห์” (Nipah Virus หรือ NiV) คือหนึ่งในเชื้อไวรัสที่องค์การอนามัยโลก (WHO) เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 75% และในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกัน วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกทุกประเด็น ตั้งแต่สาเหตุ อาการ จนถึงวิธีป้องกันตัวเองตามมาตรฐานสาธารณสุข

ไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus) คืออะไร?

ไวรัสนิปาห์ เป็นเชื้อไวรัสในตระกูลเดียวกับไวรัสเฮนดรา (Hendra virus) จัดอยู่ในกลุ่มโรคติดต่อระหว่างสัตว์สู่คน (Zoonotic Disease) ถูกค้นพบครั้งแรกในปี พ.ศ. 2541 จากการระบาดในกลุ่มผู้เลี้ยงสุกรที่หมู่บ้านนิปาห์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นที่มาของชื่อไวรัสชนิดนี้


สาเหตุและการแพร่ระบาด ใครคือพาหะตัวจริง?

ตัวการสำคัญที่เป็นพาหะตามธรรมชาติของไวรัสชนิดนี้คือ “ค้างคาวกินผลไม้” โดยเฉพาะค้างคาวแม่ไก่ (Pteropus) เชื้อจะอาศัยอยู่ในตัวค้างคาวโดยไม่ทำให้มันป่วย แต่สามารถแพร่กระจายสู่มนุษย์ได้ผ่านทาง

  1. จากสัตว์สู่คน: สัมผัสสารคัดหลั่ง (น้ำลาย ปัสสาวะ) ของค้างคาวหรือสุกรที่ติดเชื้อ
  2. การบริโภคที่ปนเปื้อน: กินผลไม้ที่มีรอยแทะของค้างคาว หรือดื่มน้ำอินทผลัม/น้ำมะพร้าวที่ปนเปื้อน
  3. จากคนสู่คน: สัมผัสใกล้ชิดกับน้ำมูก น้ำลาย หรือเลือดของผู้ป่วย (พบบ่อยในกลุ่มผู้ดูแลและบุคลากรทางการแพทย์)

เช็กอาการ “ไวรัสนิปาห์” สังเกตอย่างไรว่าติดเชื้อ?

ระยะฟักตัวของโรคมักอยู่ที่ 4-14 วัน (แต่อาจนานถึง 45 วัน) โดยอาการจะทวีความรุนแรงขึ้นตามลำดับ ดังนี้

1. อาการเริ่มต้น (คล้ายไข้หวัดใหญ่)

  • มีไข้สูง ปวดศีรษะอย่างรุนแรง
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เจ็บคอ
  • มีอาการไอ เหนื่อยหอบ หรืออาเจียน

2. อาการรุนแรง (ภาวะสมองอักเสบ)

หากเชื้อลุกลามเข้าสู่ระบบประสาท จะเกิดภาวะ สมองอักเสบ (Encephalitis) ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต

  • มีอาการง่วงซึม สับสน มึนงง
  • ชักเกร็ง และหมดสติ
  • วิกฤต: อาจเข้าสู่ภาวะโคม่าภายใน 24-48 ชั่วโมง

รู้หรือไม่? อัตราการเสียชีวิตของไวรัสนิปาห์สูงถึง 40% – 75% ซึ่งสูงกว่าโรคโควิด-19 หลายเท่าตัว และผู้ที่รอดชีวิตอาจมีความผิดปกติทางระบบประสาทหลงเหลืออยู่ เช่น บุคลิกภาพเปลี่ยนหรือชักต่อเนื่อง


วิธีป้องกันและเฝ้าระวังตนเองให้ปลอดภัย

เนื่องจาก “ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาเฉพาะเจาะจง” การป้องกันจึงเป็นหัวใจสำคัญที่สุด

  • หลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีรอยแทะ: อย่าเสียดายผลไม้ที่เห็นรอยกัดของนกหรือค้างคาว
  • ล้างผักผลไม้ให้สะอาด: ควรล้างผ่านน้ำไหลหรือปอกเปลือกทุกครั้งก่อนรับประทาน
  • เลี่ยงการสัมผัสสัตว์เสี่ยง: สวมถุงมือและหน้ากากอนามัยหากต้องสัมผัสสุกรหรือค้างคาว
  • กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ: รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์

สรุป

แม้ไวรัสนิปาห์จะดูน่ากลัวด้วยอัตราการเสียชีวิตที่สูง แต่การมีความรู้เท่าทันและการรักษาสุขอนามัยที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมาก หากคุณมีประวัติสัมผัสสัตว์พาหะและมีอาการไข้สูงร่วมกับอาการทางระบบประสาท ควรรีบพบแพทย์โดยด่วนที่สุด

บทความก่อนหน้านี้เวชศาสตร์ชะลอวัย (Anti-Aging) ต่างจากการดูแลผิวทั่วไปอย่างไร