ข้ามไปที่เนื้อหา
Siam Clinic Phuket

โปรแกรมตรวจฮอร์โมนสำคัญในร่างกาย

ฮอร์โมน (Hormone) คือสารเคมีที่ร่างกายสร้างจากต่อมไร้ท่อหรือเนื้อเยื่อบางส่วน แล้วปล่อยเข้าสู่กระแสเลือดไปยังอวัยวะเป้าหมาย ทำหน้าที่ “สื่อสาร” ระหว่างเซลล์ ช่วยควบคุมให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำงานประสานกันเป็นปกติ

สารบัญ
  1. หน้าที่และความสำคัญของฮอร์โมน
  2. ฮอร์โมนผลิตจากอวัยวะใดบ้าง
  3. สาเหตุของ “ภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล”
  4. สัญญาณที่อาจบ่งชี้ว่าระดับฮอร์โมนไม่สมดุล
  5. ประเภทของฮอร์โมนในร่างกาย
  6. ฮอร์โมนที่สำคัญต่อระบบร่างกาย
  7. ฮอร์โมนไทรอยด์ (Thyroid)
  8. โรค/ภาวะที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของฮอร์โมนไทรอยด์
  9. ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจไทรอยด์เมื่อไหร่
  10. ฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone For men)
  11. เทสโทสเตอโรนช่วยอะไร
  12. สัญญาณที่อาจบอกว่า “เทสโทสเตอโรนต่ำ”
  13. ฮอร์โมนเพศหญิง (Testosterone For women)
  14. เทสโทสเตอโรนในผู้หญิงช่วยอะไร
  15. เมื่อฮอร์โมน “ต่ำกว่าปกติ” มีผลอย่างไร
  16. เมื่อฮอร์โมน “สูงกว่าปกติ” มีผลอย่างไร
  17. ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน และ ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogens & progesterone)
  18. ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogens)
  19. ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone)
  20. ฮอร์โมนจากต่อมหมวกไต (Adrenal Cortex)
  21. โรคที่เกี่ยวข้องฮอร์โมนจากต่อมหมวกไต
  22. ควรไปพบแพทย์เมื่อไหร่
  23. คอร์ติซอล (Cortisol)
  24. เมื่อคอร์ติซอล “มากไป” หรือ “น้อยไป” ส่งผลอย่างไร
  25. DHEA (ดีเอชอีเอ)
  26. DHEA ทำหน้าที่อะไร
  27. เมื่อ DHEA “ไม่สมดุล” จะเกิดอะไร
  28. อัลโดสเตอโรน (Aldosterone)
  29. ทำไมอัลโดสเตอโรนจึงสำคัญ
  30. ถ้า “อัลโดสเตอโรนสูงเกิน”
  31. ถ้า “อัลโดสเตอโรนต่ำเกิน”
  32. เมลาโทนิน (Melatonin)
  33. หน้าที่สำคัญของเมลาโทนิน
  34. ผลข้างเคียงที่อาจพบ
  35. การเสริมให้เมลาโทนินทำงานได้ดีขึ้น
  36. เมื่อไหร่ควรพบแพทย์
  37. โกรทฮอร์โมน (Growth Hormone)
  38. ประโยชน์ Growth Hormone
  39. IGF-1 (Insulin-like Growth Factor-1)
  40. ประโยชน์ของ IGF-1
  41. ติดต่อสยามคลินิกภูเก็ต

หน้าที่และความสำคัญของฮอร์โมน

ฮอร์โมนทำหน้าที่เป็นตัวส่งสัญญาณจากเซลล์หนึ่งไปอีกเซลล์หนึ่ง กระตุ้นการเจริญเติบโต ควบคุมภูมิคุ้มกัน และกำกับกระบวนการเมตาบอลิซึม (Metabolism) เช่น การใช้พลังงาน ปริมาณน้ำในร่างกาย ความดัน อุณหภูมิ และระดับน้ำตาลในเลือด รวมถึงมีผลต่ออารมณ์และพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน


ฮอร์โมนผลิตจากอวัยวะใดบ้าง

ต่อมไร้ท่อ (Endocrine glands) และเนื้อเยื่อต่าง ๆ ผลิตฮอร์โมนได้ ได้แก่

  • ต่อมไร้ท่อหลัก: ต่อมใต้สมอง ต่อมไทรอยด์ ต่อมหมวกไต รังไข่ อัณฑะ ตับอ่อน ฯลฯ
  • ต่อมไร้ท่อย่อย/ต่อมภายในอวัยวะ: พบกระจายตามอวัยวะ ทำให้เกิดอิทธิพลเฉพาะที่ เช่น ลำไส้
  • เนื้อเยื่อ (Tissue): ไขมัน กล้ามเนื้อ ผิวหนัง ก็ผลิตสารคล้ายฮอร์โมนที่มีบทบาทต่อระบบต่าง ๆ
  • เซลล์ประสาท (Neuron): ผลิตสารสื่อประสาทบางชนิดที่ทำหน้าที่คล้ายฮอร์โมน ส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะเป้าหมาย

สาเหตุของ “ภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล”

ภาวะฮอร์โมนไม่สมดุลเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น

  • พักผ่อนไม่พอ เครียดเรื้อรัง โภชนาการไม่เหมาะสม หรือใช้พลังงานสูงเกินรับประทาน
  • วัยและฮอร์โมนเพศที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะหลังอายุ ~30 ปี ร่างกายบางชนิดจะผลิตลดลง
  • ในผู้หญิง มีการเปลี่ยนแปลงตามรอบเดือน ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือวัยใกล้หมดประจำเดือน
  • ในผู้ชาย ระดับฮอร์โมนเพศชาย (เทสโทสเตอโรน) อาจค่อย ๆ ลดลงตามวัย ร่วมกับมวลกล้ามเนื้อลดและไขมันเพิ่ม

ผลที่ตามมามักเกี่ยวข้องกับสุขภาพโดยตรง เพราะฮอร์โมนควบคุมระบบสำคัญของร่างกาย


สัญญาณที่อาจบ่งชี้ว่าระดับฮอร์โมนไม่สมดุล

  • พลังงานลดลง เหนื่อยล้าง่าย
  • อารมณ์แปรปรวน นอนหลับไม่สนิท
  • เปลี่ยนแปลงของน้ำหนักและองค์ประกอบร่างกาย (กล้ามเนื้อลด ไขมันสะสมเพิ่ม)
  • ผิวพรรณและเส้นผมเปลี่ยนไป ร่วงง่าย หรือมีสิว
  • ประจำเดือนผิดปกติ/อาการก่อนมีประจำเดือนมากขึ้น
  • สมรรถภาพทางเพศลดลง หรือแรงขับทางเพศเปลี่ยนไป
  • ภูมิคุ้มกันแย่ลง เจ็บป่วยง่าย ป่วยแล้วฟื้นตัวช้า

ประเภทของฮอร์โมนในร่างกาย

  • Peptide Hormone: เช่น อินซูลิน (Insulin), โกรทฮอร์โมน (Growth Hormone)
  • Steroid Hormone: เช่น เทสโทสเตอโรน (Testosterone), คอร์ติซอล (Cortisol)
  • Amine Hormone: เช่น อะดรีนาลีน (Adrenaline), โดพามีน (Dopamine), เมลาโทนิน (Melatonin)

แต่ละชนิดมีโครงสร้างและแหล่งผลิตต่างกัน ทำให้มีฤทธิ์และเป้าหมายไม่เหมือนกัน


ฮอร์โมนที่สำคัญต่อระบบร่างกาย

ฮอร์โมนไทรอยด์ (Thyroid)

ฮอร์โมนไทรอยด์คือ “ตัวเร่งเมตาบอลิซึม” ของร่างกาย ช่วยกำหนดความเร็วในการเผาผลาญพลังงานและมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานแทบทุกอวัยวะ โดยเฉพาะเด็กเล็ก ฮอร์โมนนี้จำเป็นต่อพัฒนาการของสมอง ต่อมไทรอยด์มีลักษณะคล้ายผีเสื้อ อยู่ด้านหน้าลำคอใต้ลูกกระเดือก ทำหน้าที่สร้างและปล่อยฮอร์โมนเข้าสู่กระแสเลือด เป็นส่วนหนึ่งของระบบต่อมไร้ท่อ

โรค/ภาวะที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของฮอร์โมนไทรอยด์

ภาวะไทรอยด์ผิดปกติที่มักพบได้บ่อย โดยผู้หญิงมีโอกาสมากกว่าผู้ชายหลายเท่า ภาวะที่พบ ได้แก่

  • Hypothyroidism : ภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์
  • โรค Hashimoto’s thyroiditis : ต่อมไทรอยด์อักเสบเรื้อรังจากภูมิคุ้มกัน เป็นสาเหตุของภาวะฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำที่พบได้บ่อยที่สุด
  • Graves’ disease : โรคเกรฟส์ เป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับระบบภูมิคุ้มกันของต่อมไทรอยด์
  • Thyroiditis : การอักเสบของต่อมไทรอยด์
  • Thyroid nodules (ก้อนที่ต่อมไทรอยด์) : การที่ต่อมไทรอยด์มีก้อนเกิดขึ้น ซึ่งอาจเป็นก้อนเดี่ยวหรือหลายก้อนก็ได้
  • Thyroid cancer : มะเร็งไทรอยด์ เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ที่เจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในต่อมไทรอยด์

ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจไทรอยด์เมื่อไหร่

เพราะฮอร์โมนไทรอยด์ควบคุมการเผาผลาญ หากมากเกินจะ “เร็วผิดปกติ” ถ้าน้อยเกินจะ “ช้าผิดปกติ” อาการที่พบได้บ่อย เช่น

  • น้ำหนักขึ้นหรือ ลด แบบไม่ทราบสาเหตุ
  • หัวใจเต้นช้าหรือเร็วผิดปกติ
  • หนาวง่าย หรือ ร้อนง่ายผิดปกติ
  • ผิวแห้งมาก หรือผิวชื้นผิดปกติ
  • ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ

หากมีอาการเหล่านี้ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเลือด เพื่อประเมินการทำงานของต่อมไทรอยด์และวางแผนรักษาอย่างถูกต้อง

บริการ : รายการตรวจการทำงานไทรอยด์


ฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone For men)

เทสโทสเตอโรน คือฮอร์โมนหลักของเพศชาย สร้างจาก อัณฑะ เป็นหลัก (และมีเล็กน้อยจากต่อมหมวกไต) ทำหน้าที่หลากหลายตั้งแต่สมรรถภาพทางเพศ ไปจนถึงระบบเลือด กล้ามเนื้อ ไขมัน และกระดูก จึงมีผลทั้งกับร่างกาย อารมณ์ และพลังงานชีวิตในแต่ละวัน

เทสโทสเตอโรนช่วยอะไร

  • กระตุ้นการเปลี่ยนผ่านเป็นวัยหนุ่ม: อวัยวะสืบพันธุ์เจริญ ขนตามร่างกายขึ้น เสียงทุ้ม ไหล่กว้าง กล้ามเนื้อเพิ่ม
  • สมรรถภาพทางเพศ และแรงขับทางเพศ
  • สร้างเม็ดเลือดแดง และเพิ่มพลังงาน
  • เพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ลดไขมันสะสม ปรับองค์ประกอบร่างกาย
  • คงความหนาแน่นของกระดูก ลดความเสี่ยงกระดูกพรุน
  • มีผลต่อ ผิวและต่อมไขมัน (บางคนอาจมีสิว) และ เหงื่อ/กลิ่นตัว
  • ส่งผลต่ออารมณ์ สมาธิ และความมั่นใจ

สัญญาณที่อาจบอกว่า “เทสโทสเตอโรนต่ำ”

  • พลังงานลด เหนื่อยง่าย ไม่กระฉับกระเฉง
  • อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด เฉื่อยชา หรือซึมเศร้า
  • แรงขับทางเพศ/สมรรถภาพทางเพศลดลง การแข็งตัวตอนเช้าลดลง ปริมาณอสุจิน้อยลง
  • กล้ามเนื้อลด ไขมันหน้าท้องเพิ่ม น้ำหนักตัวเกิน
  • นอนหลับไม่ดี หรือมีปัญหาคุณภาพการนอน
  • ประสิทธิภาพการออกกำลังและการฟื้นตัวถดถอย

ฮอร์โมนเพศหญิง (Testosterone For women)

แม้ชื่อจะเป็น “ฮอร์โมนเพศชาย” แต่ผู้หญิงก็มี เทสโทสเตอโรน (Testosterone) เช่นกัน ร่างกายผู้หญิงสร้างฮอร์โมนกลุ่มแอนโดรเจน (รวมถึงเทสโทสเตอโรน) จาก รังไข่, ต่อมหมวกไต, และบางส่วนจาก เนื้อเยื่อไขมัน/ผิวหนัง ปริมาณในผู้หญิงโดยทั่วไปต่ำกว่าผู้ชายราว 1/10–1/20 แต่มีหน้าที่สำคัญต่อระบบพลังงาน อารมณ์ เพศสัมพันธ์ มวลกล้ามเนื้อ และสุขภาพกระดูก

เทสโทสเตอโรนในผู้หญิงช่วยอะไร

  • การตอบสนองทางเพศ
  • ความมีชีวิตชีวา โฟกัสและอารมณ์
  • มวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรง ช่วยลดไขมันหน้าท้อง
  • ความหนาแน่นมวลกระดูก ลดความเสี่ยงกระดูกพรุน
  • สุขภาพผิว/เยื่อบุช่องคลอด ความชุ่มชื้นและความสบาย
  • เกี่ยวพันกับ สุขภาพเต้านม และองค์ประกอบร่างกายโดยรวม

เมื่อฮอร์โมน “ต่ำกว่าปกติ” มีผลอย่างไร

  • การตอบสนองทางเพศลดลง
  • เหนื่อยได้ง่าย ไร้เรี่ยวแรง อารมณ์ตก ซึมเศร้าหรือหงุดหงิดง่าย
  • กล้ามเนื้อลด ไขมันเพิ่ม ประสิทธิภาพการออกกำลังลดลง
  • ช่องคลอดแห้ง เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
  • ความหนาแน่นกระดูกลด (เสี่ยงกระดูกพรุน)

เมื่อฮอร์โมน “สูงกว่าปกติ” มีผลอย่างไร

  • สิวและผิวมัน / มีขนดก
  • ผมร่วงแบบผู้ชาย ที่กลางกระหม่อม
  • ประจำเดือนผิดปกติ ภาวะไข่ไม่ตก มีบุตรยาก

ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน และ ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogens & progesterone)

ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogens) และโปรเจสเตอโรน (Progesterone) คือฮอร์โมนหลักในเพศหญิงที่ผลิตจากรังไข่ โดยทำงานร่วมกันเพื่อควบคุมรอบเดือน การตั้งครรภ์ และลักษณะทางเพศหญิง

ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogens)

  • ช่วยกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย: เช่น ทำให้สะโพกผาย มีเต้านม และมีเสียงนุ่มนวลขึ้น
  • ควบคุมรอบเดือน: กระตุ้นให้ผนังมดลูกหนาตัวขึ้นในช่วงแรกของรอบเดือน
  • กระดูก: ช่วยเสริมสร้างความหนาแน่นของมวลกระดูก
  • สมองและอารมณ์: มีผลต่อความจำ และรักษาสมดุลทางอารมณ์

ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone)

  • เตรียมความพร้อมของมดลูก: หลังไข่ตกจะกระตุ้นให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาและสมบูรณ์ขึ้น
  • รักษาสภาพการตั้งครรภ์: ช่วยยับยั้งการบีบตัวของมดลูกเพื่อป้องกันการแท้ง และเตรียมเต้านมสำหรับการสร้างน้ำนม
  • ควบคุมรอบเดือน: ระดับฮอร์โมนจะลดลงหากไม่มีการตั้งครรภ์ ซึ่งทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหลุดลอกออกมาเป็นประจำเดือน

ฮอร์โมนจากต่อมหมวกไต (Adrenal Cortex)

ฮอร์โมนจากต่อมหมวกไต (Adrenal Cortex) คือ กลุ่มฮอร์โมนสเตียรอยด์ที่ผลิตจากต่อมหมวกไต ซึ่งเป็นอวัยวะขนาดเล็กที่อยู่เหนือไตทั้งสองข้าง ฮอร์โมนเหล่านี้มีหน้าที่สำคัญในการควบคุมการทำงานต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น การเผาผลาญอาหาร ความดันโลหิต และการตอบสนองต่อความเครียด

โรคที่เกี่ยวข้องฮอร์โมนจากต่อมหมวกไต

  • โรคคุชชิง (Cushing’s Syndrome): เกิดจากภาวะคอร์ติซอลในร่างกายสูงเกินไป อาจเกิดจากเนื้องอกของต่อมหมวกไต หรือการใช้ยาสเตียรอยด์เป็นเวลานานอาการ: ใบหน้ากลม (moon face), มีไขมันสะสมที่ต้นคอ (buffalo hump), แขนขาลีบ, ผิวบาง, กล้ามเนื้ออ่อนแรง, ความดันโลหิตสูง และน้ำตาลในเลือดสูง
  • โรคแอดดิสัน (Addison’s Disease): เกิดจากภาวะฮอร์โมนจากต่อมหมวกไตทำงานไม่เพียงพอ อาการ: อ่อนเพลีย, น้ำหนักลด, เบื่ออาหาร, คลื่นไส้อาเจียน, ท้องเสีย และผิวคล้ำขึ้น
  • ภาวะต่อมหมวกไตทำงานไม่เพียงพอ (Adrenal Insufficiency): เป็นภาวะที่ต่อมหมวกไตผลิตฮอร์โมนไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ซึ่งอาจเกิดจากความผิดปกติของต่อมหมวกไตเองหรือต่อมใต้สมอง

ควรไปพบแพทย์เมื่อไหร่

  • น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะบริเวณลำตัว
  • น้ำหนักลดผิดปกติโดยไม่ตั้งใจ
  • ผิวคล้ำขึ้นผิดปกติ หรือมีรอยแตกสีแดงม่วงตามผิวหนัง
  • อ่อนเพลียเรื้อรัง เหนื่อยง่าย ทั้งที่พักผ่อนเพียงพอ
  • ความดันโลหิตสูงหรือต่ำผิดปกติ
  • ระดับน้ำตาลในเลือดสูง
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • อารมณ์แปรปรวน เช่น ซึมเศร้า หรือฉุนเฉียวง่าย
  • ประจำเดือนมาผิดปกติ

คอร์ติซอล (Cortisol)

คอร์ติซอล เป็นฮอร์โมนสเตียรอยด์ที่สร้างจาก ต่อมหมวกไตส่วนแกนกลาง (Adrenal cortex) ทำหน้าที่ช่วยให้ร่างกาย “รับมือความเครียด” ทั้งทางกายและใจ พร้อมทั้งกำกับกระบวนการสำคัญ ได้แก่ การอักเสบ การเผาผลาญน้ำตาล–ไขมัน–โปรตีน การควบคุมปริมาณน้ำและเกลือแร่ คอร์ติซอลจึงมีผลต่อพลังงาน อารมณ์ ความดัน และระบบภูมิคุ้มกันของเราโดยตรง

เมื่อคอร์ติซอล “มากไป” หรือ “น้อยไป” ส่งผลอย่างไร

สูงเกิน (Cortisol excess)
  • น้ำหนักเพิ่มง่าย ไขมันช่วงลำตัว หน้ากลม หลังคอบ่าเป็นปุ่ม
  • น้ำตาลและความดันสูง กล้ามเนื้ออ่อนแรง ผิวบาง ช้ำง่าย สิว
  • อารมณ์แปรปรวน นอนยาก ภูมิคุ้มกันผิดปกติ
ต่ำเกิน (Cortisol deficiency)
  • อ่อนเพลียมาก น้ำหนักลด เบื่ออาหาร เวียนศีรษะ–เป็นลม ความดันต่ำ
  • คลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง เกลือแร่ผิดปกติ
  • อาจเป็น โรคแอดดิสัน (Addison’s disease) หรือภาวะต่อมหมวกไตล้า

DHEA (ดีเอชอีเอ)

DHEA – Dehydroepiandrosterone คือฮอร์โมนสเตียรอยด์ที่สร้างจาก ต่อมหมวกไตส่วนเปลือก ทำหน้าที่เป็น “สารตั้งต้น” สำคัญในการสร้างฮอร์โมนหลายกลุ่ม โดยเฉพาะ ฮอร์โมนเพศ (เอสโตรเจน/เทสโทสเตอโรน) ระดับ DHEA จะสูงสุดราวช่วงวัย 20–25 ปี แล้ว ค่อย ๆ ลดลงตามอายุ เชื่อมโยงกับพลังงาน ความยืดหยุ่นของร่างกาย และความสามารถในการรับมือความเครียด

DHEA ทำหน้าที่อะไร

  • เป็น สารตั้งต้นของฮอร์โมนเพศ สนับสนุนสมรรถภาพทางเพศ
  • ช่วย คุมอารมณ์/ความเครียด
  • สนับสนุน กล้ามเนื้อ–มวลกระดูก และองค์ประกอบร่างกายให้สมดุล
  • เกี่ยวข้องกับ ภูมิคุ้มกัน และการอักเสบ
  • เกี่ยวพันกับ เมตาบอลิซึม/การเผาผลาญ และการควบคุมน้ำหนัก
  • สนับสนุน การทำงานของสมอง ความจำ และความกระตือรือร้นในชีวิตประจำวัน

เมื่อ DHEA “ไม่สมดุล” จะเกิดอะไร

  • อ่อนเพลียเรื้อรัง พลังงานต่ำ เฉื่อยชา โฟกัสยาก
  • นอนหลับไม่สนิท/คุณภาพการนอนลดลง
  • น้ำหนักเพิ่มง่าย ไขมันสะสม โดยเฉพาะรอบเอว
  • อารมณ์ตก หงุดหงิด ซึมเศร้า
  • สมรรถภาพทางเพศลดลง
  • ความหนาแน่นกระดูกถดถอย และภูมิคุ้มกันเปราะบางขึ้น

อัลโดสเตอโรน (Aldosterone)

อัลโดสเตอโรน เป็นฮอร์โมนสเตียรอยด์ที่สร้างจาก ต่อมหมวกไตส่วนเปลือก (Adrenal cortex – zona glomerulosa) ทำหน้าที่สำคัญในการคุม เกลือแร่ น้ำ และความดันโลหิต โดยสั่งให้ไต (และลำไส้ใหญ่บางส่วน) ดูดกลับโซเดียมและน้ำ เข้าสู่กระแสเลือด พร้อมกับ ขับโพแทสเซียมออกทางปัสสาวะ ส่งผลให้ปริมาตรเลือดเพิ่มและความดันโลหิตสูงขึ้นอย่างเหมาะสม

ทำไมอัลโดสเตอโรนจึงสำคัญ

  • รักษา ความดันโลหิต และการไหลเวียน
  • คุมสมดุลเกลือแร่ โซเดียม–โพแทสเซียม
  • ส่งผลต่อ การทำงานของหัวใจ กล้ามเนื้อ และระบบประสาท

ถ้า “อัลโดสเตอโรนสูงเกิน”

พบได้ในภาวะ Primary Hyperaldosteronism (มักเกิดจากก้อนเนื้องอกไม่ร้ายในต่อมหมวกไต) ลักษณะเด่น:

  • ความดันโลหิตสูงดื้อยา หรือควบคุมยาก
  • โพแทสเซียมต่ำ (อาจมีอ่อนแรง กล้ามเนื้อเป็นตะคริว ใจสั่น)
  • ปริมาตรเลือดเพิ่ม บวมได้ในบางราย

ถ้า “อัลโดสเตอโรนต่ำเกิน”

พบใน โรคแอดดิสัน (Addison’s disease) หรือภาวะที่ต่อมหมวกไตทำงานลดลง อาการที่อาจพบ:

  • ความดันต่ำ หน้ามืดเป็นลม อ่อนเพลียมาก น้ำหนักลด เบื่ออาหาร
  • โพแทสเซียมสูง และโซเดียมต่ำ

เมลาโทนิน (Melatonin)

เมลาโทนิน คือฮอร์โมนที่สร้างจากสมอง (ต่อมไพเนียล) ทำหน้าที่เป็นสัญญาณ ให้ร่างกายรู้ว่าได้เวลาเตรียมตัวนอน เมื่อสภาพแวดล้อม มืดหรือแสงน้อย สมองจะหลั่งเมลาโทนินเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เกิดอาการง่วงนอน โดยทั่วไประดับจะเริ่มสูงขึ้นช่วงค่ำและพุ่งในเวลากลางคืน แล้วค่อย ๆ ลดลงหลังรุ่งเช้า จนต่ำมากในช่วงสายของวัน

หน้าที่สำคัญของเมลาโทนิน

  • เริ่มการนอนและยืดระยะเวลาการหลับ ทำให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น
  • ช่วยปรับวงจรเมื่อเกิด เจ็ตแล็ก หรือ ตารางทำงานเป็นกะ
  • มีบทบาทเสริมด้าน ภูมิคุ้มกัน/ต้านอนุมูลอิสระ

ผลข้างเคียงที่อาจพบ

โดยมาก ไม่รุนแรง และเกิดชั่วคราว เช่น ง่วงซึมตอนกลางวัน ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ พบได้น้อย: อารมณ์ซึมลงชั่วคราว กระสับกระส่าย ความดันต่ำ ฝันสด ข้อควรระวัง: หญิงตั้งครรภ์/ให้นมบุตร ผู้ใช้ยาที่มีปฏิกิริยากับเมลาโทนิน (ยากันเลือดเป็นลิ่ม, ยากันชัก, ยากดภูมิ ฯลฯ) ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ทุกครั้ง

การเสริมให้เมลาโทนินทำงานได้ดีขึ้น

  • แสงเช้า 10–20 นาที ทันทีหลังตื่น
  • หรี่ไฟ–งดมองหน้าจอ ก่อนนอน 1–2 ชม. หรือใช้ตัวกรองแสงสีฟ้า
  • รักษา เวลาเข้านอน–ตื่น ให้สม่ำเสมอ
  • เลี่ยง คาเฟอีนหลังบ่าย และแอลกอฮอล์ก่อนนอน
  • ปรับให้ห้องนอน มืด เงียบ เย็น (ประมาณ 18–24°C)
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่หลีกเลี่ยงคาร์ดิโอหนัก ๆ ก่อนนอน

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์

  • นอนไม่หลับต่อเนื่อง ≥ 3 คืน/สัปดาห์ นาน > 3 เดือน
  • หลับไม่อิ่มร่วมกับเสียงกรนดัง/ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  • ใช้ยานอนหลับหรือแอลกอฮอล์ช่วยหลับเป็นประจำ
  • มีโรคประจำตัว/ยาหลายชนิด และต้องการใช้อาหารเสริมเมลาโทนิน

บริการ : ตรวจหาความสมดุลระดับฮอร์โมน


โกรทฮอร์โมน (Growth Hormone)

โกรทฮอร์โมน เป็นฮอร์โมนสายโปรตีนที่สร้างจาก ต่อมใต้สมอง (Pituitary gland) ช่วยในการเจริญเติบโตและซ่อมแซมของทั้งร่างกาย หลังถูกหลั่ง GH จะกระตุ้น ตับและเนื้อเยื่อ ให้สร้าง IGF-1 (Insulin-like Growth Factor-1 หรือ Somatomedin) ซึ่งจะช่วยนำพาไปสู่กระดูก กล้ามเนื้อ และอวัยวะต่าง ๆ

ประโยชน์ Growth Hormone

1. เสริมการเจริญเติบโตของเด็ก

โกรทฮอร์โมนมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาและการทำงานของอวัยวะทั่วร่างกาย โดยเฉพาะในช่วงวัยเจริญเติบโต ฮอร์โมนนี้จะกระตุ้นให้ตับผลิต IGF-I (Insulin-like Growth Factor-I) ซึ่งช่วยให้เซลล์กระดูกอ่อนเกิดการแบ่งตัวและขยายขนาด เพิ่มการสร้างเนื้อเยื่อบริเวณปลายกระดูกอ่อน ทำให้เด็กมีโอกาสสูงขึ้นและพัฒนาโครงสร้างร่างกายได้ดี

2. ช่วยส่งเสริมการนอนหลับ

โกรทฮอร์โมนจะถูกหลั่งออกมากที่สุดในช่วงการนอนหลับลึก (deep sleep) ซึ่งมีส่วนช่วยให้หลับสนิทและพักผ่อนได้เต็มที่ ในผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุที่มีปัญหานอนไม่หลับ ฮอร์โมนนี้มักลดลง การเสริมโกรทฮอร์โมนอาจช่วยปรับคุณภาพการนอนและลดการตื่นกลางดึก

3. ชะลอวัยและเสริมความแข็งแรงในผู้สูงอายุ

เมื่ออายุมากขึ้น ระดับโกรทฮอร์โมนในร่างกายจะลดลงเฉลี่ยราว 14% ทุก 10 ปี ทำให้ร่างกายอ่อนแรง มีไขมันสะสมมากขึ้น สมรรถภาพลดลง และอารมณ์แปรปรวน การเสริมโกรทฮอร์โมนจึงช่วยชะลอกระบวนการเสื่อมของร่างกาย รักษาความแข็งแรง และพละกำลังให้นานยิ่งขึ้น

4. ส่งเสริมสมรรถภาพทางเพศ

โกรทฮอร์โมนช่วยขยายหลอดเลือดและกระตุ้นการสร้างไนตริกออกไซด์ (Nitric Oxide) ส่งผลให้การไหลเวียนเลือดไปยังอวัยวะเพศดีขึ้น เพิ่มการแข็งตัวในผู้ชาย และช่วยให้ระบบหล่อลื่นทำงานเป็นปกติ จึงช่วยลดปัญหาทางเพศที่มักเกิดตามวัย

5. สนับสนุนระบบเผาผลาญ

โกรทฮอร์โมนช่วยกระตุ้นการสังเคราะห์โปรตีน ลดการสลายโปรตีน และส่งเสริมการใช้พลังงานจากไขมันอย่างมีประสิทธิภาพ จึงมีส่วนช่วยควบคุมน้ำหนัก เสริมสร้างกล้ามเนื้อ และปรับสมดุลระบบเมตาบอลิซึมของร่างกาย


IGF-1 (Insulin-like Growth Factor-1)

Insulin-like Growth Factor 1 หรือ IGF-1 เป็นฮอร์โมนการเจริญเติบโตจากธรรมชาติที่มีบทบาทสำคัญอย่างมากในกระบวนการเจริญเติบโตของร่างกาย โดยเฉพาะในช่วงวัยเด็กและวัยรุ่น ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว

IGF-1 จะถูกสร้างขึ้นใน ตับ ภายใต้การกระตุ้นของ Growth hormone (GH) ซึ่งหลั่งจากต่อมใต้สมอง เมื่อร่างกายได้รับสัญญาณจาก GH ตับจะผลิต IGF-1 แล้วส่งต่อสัญญาณไปกระตุ้น แผ่นการเจริญเติบโตของกระดูก (Growth Plate) ทำให้กระดูกสามารถขยายและยืดยาว ส่งผลโดยตรงต่อความสูงและการเติบโตของโครงสร้างร่างกาย

ประโยชน์ของ IGF-1

  1. ช่วยเพิ่มความสูงในวัยเด็กและวัยรุ่น IGF-1 ช่วยกระตุ้น Growth Plate ทำให้กระดูกยืดยาวขึ้น ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของการเพิ่มส่วนสูงในเด็ก โดยเฉพาะช่วง Growth Spurt (ช่วงที่ร่างกายเติบโตเร็วที่สุด)
  2. ส่งเสริมการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ IGF-1 ช่วยเพิ่มขนาดและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อผ่านการกระตุ้นการสังเคราะห์โปรตีนและการแบ่งเซลล์ ส่งผลให้ร่างกายแข็งแรงและมีพละกำลัง
  3. เพิ่มความหนาแน่นและความแข็งแรงของกระดูก IGF-1 มีบทบาทโดยตรงในการเพิ่มมวลกระดูก ช่วยลดความเสี่ยงของภาวะกระดูกพรุนในอนาคต
  4. ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้น ด้วยคุณสมบัติในการกระตุ้นการซ่อมแซมและสร้างเนื้อเยื่อใหม่ IGF-1 จึงช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วขึ้นหลังการออกกำลังกายหรือเจ็บป่วย
  5. ช่วยปรับสมดุลการเจริญเติบโตในเด็กที่มีปัญหาด้านพัฒนาการ เด็กที่มีภาวะเจริญเติบโตช้าเนื่องจากสุขภาพ พันธุกรรม หรือการขาดสารอาหาร หากสามารถกระตุ้นให้ร่างกายผลิต IGF-1 ได้มากขึ้น จะมีโอกาสเติบโตได้เทียบเท่าหรือสูงกว่าเด็กทั่วไปในวัยเดียวกัน

Reference:

1.Thyroid Hormone: What It Is & Function.
2.Hypogonadism in Men.
3.Hypothalamic-Pituitary-Ovarian Axis Disorders Impacting Female Fertility
4.Physiology, Aldosterone.
5.Melatonin: What You Need To Know


ติดต่อสยามคลินิกภูเก็ต