ข้ามไปที่เนื้อหา
Siam Clinic Phuket

ไขข้อสงสัย ฉีดโบท็อกบ่อยๆ จะทำให้ ดื้อยา (โบท็อก) จริงไหม และต้องแก้ไขอย่างไร ?

โดย admin -

ฉีดเท่าไหร่ก็ไม่เห็นผล อาการ ดื้อยา (โบท็อก) Xeomin ช่วยคุณได้!

สารบัญ
  1. อาการ ดื้อยา (โบท็อก) คืออะไร
  2. อาการดื้อยา (โบท็อก) เป็นอย่างไร
  3. สาเหตุการเกิดอาการ ดื้อยา (โบท็อก)
  4. การป้องกัน/ แก้ไข อาการ ดื้อยา (โบท็อก)
  5. โบท็อก Xeomin คืออะไร แก้ปัญหา ดื้อยา (โบท็อก) ได้จริงไหม
  6. โบท็อก Xeomin แตกต่างจากโบท็อกยี่ห้ออื่นอย่างไร
  7. โบท็อกที่ไม่บริสุทธิ์ เป็นอย่างไร?
  8. ฉีดโบท็อก Xeomin ตรงไหนได้บ้าง
  9. การเตรียมตัว ก่อนฉีดโบท็อก Xeomin
  10. การเตรียมตัว หลังฉีดโบท็อก Xeomin
  11. บทความอื่นๆ
  12. ติดต่อสยามคลินิกภูเก็ต

อาการ ดื้อยา (โบท็อก) คืออะไร

อาการ ดื้อยาโบท็อก (Botox) เป็นภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อเราฉีดโบท็อกเข้าไปแล้วไม่เห็นผล ซึ่งปกติในการดูแลรักษาด้านความงาม เราจะฉีดโบท็อก เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อที่ก่อให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้าหรือใช้โบท็อกเพื่อลดขนาดของกล้ามเนื้อบริเวณกราม ให้ใบหน้าเรียวเป็น V Shape

แต่เมื่อร่างกายของเราเกิดภาวะดื้อยา (โบท็อก) แล้วผลที่ควรจะเกิดขึ้นคือริ้วรอยหายไปกลับไม่หายไปใบหน้าที่ควรจะเรียวก็ไม่เห็นผลเช่นกัน ซึ่งสาเหตุเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเราทำลายโบท็อกให้หมดไป จึงไม่สามารถไปออกฤทธิ์ยังกล้ามเนื้อที่เราต้องการได้

ดื้อยา (โบท็อก)

อาการดื้อยา (โบท็อก) เป็นอย่างไร

  • ระยะเวลาของผลลัพธ์สั้นลงเมื่อเปรียบเทียบกับการรักษาครั้งก่อนหน้า
  • การรักษามอบผลลัพธ์ที่ไม่น่าพอใจเทียบเท่ากับการรักษาครั้งก่อนหน้า
  • การรักษาไม่เห็นผลเลย

สาเหตุการเกิดอาการ ดื้อยา (โบท็อก)

โบท็อกเป็นโปรตีน (Protein) อย่างหนึ่ง ซึ่งโดยธรรมชาติเมื่อเข้าไปสู่ร่างกายย่อมกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน หรือแอนติบอดี (Anti-Body) ขึ้นมา โดยเป็นหลักการเดียวกับการฉีดวัคซีนเพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันโรค

โดยปกติหากเราใช้โบท็อกในทางด้านความงาม ถ้าใช้โบท็อกที่มีคุณภาพ ด้วยปริมาณและความถี่ที่เหมาะสม โอกาสที่จะเกิดภาวะดื้อยา (โบท็อก) นั้นมีน้อยมาก ภาวะดื้อยา (โบท็อก) ส่วนใหญ่ที่พบมักเกิดในการใช้โบท็อกในการรักษาโรคหรือความเจ็บป่วย เช่น กล้ามเนื้อหดเกร็ง ชักกระตุก เป็นต้น ซึ่งการรักษาเหล่านี้จำเป็นจะต้องใช้ปริมาณโบท็อกในแต่ละครั้งมากกว่าการรักษาด้านความงามมากหลายเท่า จึงทำให้มีโอกาสเกิดภาวะดื้อโบท็อกที่สูงกว่า


การป้องกัน/ แก้ไข อาการ ดื้อยา (โบท็อก)

วิธีที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนคือ ป้องกันไม่ให้เกิดภาวะนี้กับตนเอง ซึ่งทำได้ง่ายๆ คือเลือกฉีดโบท็อกกับสถานพยาบาลที่มีมาตรฐาน ใช้โบท็อกยี่ห้อที่มีคุณภาพ มีแพทย์ที่มีประสบการณ์ มีความรู้ – ความชำนาญเป็นผู้ดูแลและเลือกใช้ปริมาณโบท็อกที่เหมาะสมและไม่ถี่จนเกินไป เพื่อลดริ้วรอยให้ทุกคนดูอ่อนเยาว์ สวย หล่อกว่าวัยไปตลอด หรือเลือกใช้โบท็อกที่เหมาะสำหรับอาการดื้อยา (โบท็อก) โดยเฉพาะ เช่น โบท็อก Xeomin

การป้องกัน/ แก้ไข อาการ ดื้อยา (โบท็อก)

โบท็อก Xeomin คืออะไร แก้ปัญหา ดื้อยา (โบท็อก) ได้จริงไหม

โบท็อก Xeomin คือ โบท็อกสัญชาติเยอรมัน เป็นโบท็อกโมเลกุลเล็กเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่น ๆ ทางบริษัทได้มีการพัฒนา XTRACT Technology™ มาใช้ในกระบวนการการผลิต เพื่อกำจัดโปรตีนที่ไม่จำเป็น (accessory protein) ออกจากโมเลกุลของท็อกซิน ทำให้โมเลกุลของโบท็อกมีขนาดเล็กลง แต่ยังคงประสิทธิภาพในการยับยั้งการทำงานของระบบประสาทได้ดี

Xeomin

และด้วยโบท็อกเยอรมัน Xeomin ได้มีการกำจัดโปรตีนที่ไม่จำเป็นออก ทำให้โบท็อกมีความบริสุทธิ์สูง โอกาสการดื้อยาต่ำ และมีงานวิจัยยืนยันว่า ถ้าฉีด Xeomin ในเคสที่มีประวัติดื้อโบท็อก จะเห็นผลมากกว่าฉีดยี่ห้ออื่น ๆ หากเว้นระยะการฉีดมาแล้ว 2-3 ปี

ผลการวิจัยการทดลองฉีดโบท็อก Xeomin ในกลุ่มทดลอง พบว่า 99.4% ไม่พบการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างสารต้านโบท็อก (NAbs) และ 0.6% พบว่าร่างกายมีการสร้างสารต้านโบท็อก แต่โบท็อกยังสามารถออกฤทธิ์ได้ดี จึงสรุปได้ว่า ในการทดลองครั้งนี้ไม่มีตัวอย่างใดที่มีการแสดงออกว่าดื้อโบท็อก Xeomin


โบท็อก Xeomin แตกต่างจากโบท็อกยี่ห้ออื่นอย่างไร

  • มีการใช้ XTRACT Technology™ เพื่อกำจัดโปรตีนที่ไม่จำเป็นออก ทำให้โมเลกุลของโบท็อก Xeomin มีความบริสุทธิ์สูง
  • เป็นโบท็อกที่มีน้ำหนักโมเลกุลน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่น ๆ (Low Molecular weight) ทำให้กระจายตัวได้ดี ฉีดแล้วไม่ตึงแข็งเกินไป
  • มีงานวิจัยที่ระบุว่า โบท็อก Xeomin มีโอกาสได้ผลในเคสดื้อยามากกว่ายี่ห้ออื่น ๆ แต่ทั้งนี้การดื้อโบท็อกเป็นภาวะที่รักษาไม่หาย จึงไม่สามารถรับประกันได้ว่า Xeomin จะใช้ได้ผลในเคสดื้อยาทุกเคส

โบท็อกที่ไม่บริสุทธิ์ เป็นอย่างไร?

การไม่บริสุทธื์ของโบท็อก หมายถึงการมีสิ่งเจอปน (Impurities) ที่ไม่จำเป็นต่อการออกฤทธิ์ปะปนอยู่ เนื่องจากขั้นตอนในการผลิต และความก้าวหน้าในเทคโนโลยีการสกัดที่แตกต่างกันไปในแต่ละยี่ห้อ ซึ่งทำให้โมเลกุลมีระดับความบริสุทธิ์ที่แตกต่างกันไปเช่นกัน สิ่งเจือปนที่มักพบ ได้แก่ โปรตีนโมเลกุลเชิงซ้อน (Complexing proteins) โครงสร้างที่ไม่มีประโยชน์ต่อการออกฤทธิ์ (Inactive neurotoxin) หรือ สิ่งที่ตกค้างจากกระบวนการผลิต (Manufacturing residues)


ฉีดโบท็อก Xeomin ตรงไหนได้บ้าง


การเตรียมตัว ก่อนฉีดโบท็อก Xeomin

  • หยุดการรับประทานยากลุ่ม NSAIDs, Vitamin E, น้ำมันตับปลา และสารสกัดจากใบแปะก๊วย เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมง ก่อนการรักษา
  • ถ้ามีประวัติของโรคเริมบริเวณริมฝีปาก ควรแจ้งแพทย์ก่อนการรักษา เพื่อหลีกเลี่ยงบริเวณรอบริมฝีปาก

การเตรียมตัว หลังฉีดโบท็อก Xeomin

  • งดการนอนราบเป็นเวลา 4 ชั่วโมงหลังการรักษา
  • งดการนวด กด ถู บริเวณที่รักษาเป็นเวลา 4 – 6 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงการทำหัตถการที่มีความร้อน (เลเซอร์) หรือซาวน่า เป็นเวลา 2 สัปดาห์
  • สามารถใช้น้ำแข็งประคบ ในกรณีที่มีรอยช้ำ หรือ บวมแดง
  • สามารถใช้เครื่องสำอางค์ได้หลังการรักษา
  • รอยนูนจากการฉีดจะหายไปเองภายใน 2 – 3 ชั่วโมง
  • หากมีอาการผิดปกติ ควรกลับมาพบแพทย์ทันที

บทความอื่นๆ

ติดต่อสยามคลินิกภูเก็ต