Monopolar RF

Monopolar RF คืออะไร? ทำไมถึงช่วย “ยกกระชับ”

Monopolar RF (Radio Frequency) คือ เทคโนโลยีการปล่อยคลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียวลงลึกถึงชั้นผิวหนังแท้ และ ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง หลักการทำงานคือการส่งพลังงานความร้อนที่เหมาะสมลงไปกระตุ้นให้เส้นใยคอลลาเจนที่หย่อนคล้อยเกิดการหดตัวทันที และที่สำคัญที่สุดคือ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ในระยะยาว ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่การยกหน้าให้เรียวขึ้น แต่ยังช่วยให้ผิวแน่น ฟู และยืดหยุ่นเหมือนย้อนวัยให้ผิวอีกครั้ง โดยไม่ต้องใช้เข็มหรือการผ่าตัด

ประโยชน์ของ Monopolar RF

Monopolar RF มีประโยชน์หลากหลายด้านในการดูแลและปรับปรุงสภาพผิว ได้แก่

  • ช่วยยกกระชับใบหน้า ลดความหย่อนคล้อยของผิว
  • ช่วยลดเลือนริ้วรอย ให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น
  • ช่วยสลายไขมันส่วนเกิน ลดชั้นไขมันใต้ผิวหนัง
  • ช่วยปรับรูปหน้าเรียววีเชฟ กระชับกรอบหน้าให้คมชัด ดูมีมิติ
  • ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ให้ผิวเฟิร์ม เด้ง เต่งตึง
  • ช่วยกระชับรูขุมขนให้เล็กลง ผิวเรียบเนียน ดูกระจ่างใสขึ้น

Monopolar RF มีในเครื่องยี่ห้อไหนบ้าง?

Monopolar RF เครื่องที่อยู่ในหมวดนี้เราขอนำมาเปรียบเทียบกัน 2 ตัว คือ

1) XERF

เป็นเครื่องยกกระชับที่ส่งพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นผิว ช่วยให้ผิวดูแน่นขึ้น เฟิร์มขึ้น และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับและปรับความกระชับของผิวโดยรวม

2) OligioX

เป็นเครื่องยกกระชับที่จะส่งพลังงาน เช่นกัน เเต่จะเน้นการทำให้ผิวเฟิร์มขึ้น กระชับขึ้น และกระตุ้นคอลลาเจนเพื่อให้ผิวดูแน่นและเรียบเนียนขึ้น เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีความหย่อนคล้อยและต้องการผิวที่ดูแน่นขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ

XERF vs OligioX เลือกเทคโนโลยีไหนให้ตอบโจทย์ “งานผิว” ของคุณ?

หลายคนอาจจะสงสัยว่า ในเมื่อทั้ง XERF และ OligioX ต่างก็เป็นเครื่องยกกระชับในกลุ่ม Monopolar RF เหมือนกัน แล้วความแตกต่างที่แท้จริงคืออะไร? ทำไมบางคนถึงเลือกทำตัวหนึ่ง หรือบางคนทำคู่กันแล้วได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า? วันนี้ผมจะมาสรุปให้คุณเห็นภาพได้ชัดขึ้น

มารู้จักกับโปรแกรม XERF

โปรแกรม XERF คือหัตถการยกกระชับผิวหน้าด้วยเทคโนโลยี คลื่นความถี่วิทยุ RF (Monopolar Radiofrequency) ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิว ช่วยให้ผิวดู แน่นขึ้น กระชับขึ้น กรอบหน้าชัดขึ้น และริ้วรอยดูตื้นลงอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่เห็นความเปลี่ยนแปลง โดยไม่ต้องพักฟื้นนาน และยังสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหลังทำ

3 จุดเด่นของ XERF ในการยกกระชับผิว

1) ยิงพลังงานครอบคลุมได้ถึง 3 ระดับความลึก

  • ชั้นตื้น (Upper Dermal Layer) เน้นปรับสภาพผิวชั้นหนังแท้ส่วนบนให้เรียบเนียนขึ้น เช่น บริเวณหน้าผาก
  • ชั้นกลาง (Upper Fat Layer) ช่วยกระชับผิวและปรับโครงสร้าง เช่น บริเวณกลางใบหน้าและลำคอ
  • ชั้นลึก (Lower Fat Layer) ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวชั้นลึก ซึ่งสัมพันธ์กับปัญหาริ้วรอยและความหย่อนคล้อย

2) ระบบ Wave Fit Pulse Technology

XERF ใช้ Wave Fit Pulse Technology เพื่อปรับความถี่ของคลื่นตามปริมาณพลังงานที่ส่งออก ทำให้เครื่องมีความเสถียร ความถี่สม่ำเสมอ และมีความแม่นยำ ส่งผลต่อภาพรวมผิวที่ดู กระชับ เรียบเนียน และยืดหยุ่น มากขึ้น

3) ความปลอดภัยระหว่างทำ

เครื่องมี Real Time Temperature Monitoring และระบบ Automatic Shut Off เมื่ออุณหภูมิสูงถึง 43°C เพื่อเพิ่มความปลอดภัย นอกจากนี้ยังมี Impedance Feedback และ Cooling ที่ช่วยปรับพลังงานให้เหมาะกับแต่ละจุด และลดความเสี่ยงเรื่องความร้อนเกิน

XERF ช่วยแก้ปัญหาอะไรบ้าง

  • ผิวหย่อนคล้อย ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ทำให้ผิวดูเฟิร์มขึ้น
  • กรอบหน้าไม่ชัด และเริ่มมีเหนียง ช่วยให้แนวกรามดูกระชับและคมขึ้น
  • ริ้วรอยเล็ก ๆ และร่องตื้น เช่น ร่องแก้ม ริ้วรอยบริเวณริมฝีปาก
  • รูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบเนียน ช่วยให้ผิวดูละเอียดและเรียบขึ้นโดยรวม

XERF เหมาะกับใคร

XERF เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง ต้องการลดเลือนริ้วรอย และต้องการปรับคุณภาพผิวให้กระชับเรียบเนียน โดยเฉพาะผู้ที่

  • เริ่มมีสัญญาณผิวหย่อนคล้อยตามวัย และต้องการยกกระชับโดยไม่ผ่าตัด
  • ไม่สะดวกพักฟื้นนาน ต้องการทำแล้วใช้ชีวิตได้ตามปกติ
  • อายุประมาณ 25 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่ต้องการเริ่มดูแลผิวตั้งแต่เนิ่น ๆ

กลุ่มปัญหาผิวที่มักตอบโจทย์

  • แก้มตก แนวกรามไม่ชัด กรอบหน้าเริ่มเบลอ
  • ริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า เช่น ตีนกา ร่องแก้ม ริ้วรอยหน้าผาก
  • ผิวคอหย่อนคล้อย และผิวใต้คางไม่กระชับ
  • รูขุมขนกว้าง ผิวสัมผัสไม่เรียบ ต้องการให้ผิวดูเนียนและสุขภาพดีขึ้น

XERF ต้องทำกี่ครั้งจึงจะเห็นผล

โดยทั่วไปมีการระบุว่า หลังทำสามารถเห็นผลทันทีประมาณ 20 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ และจะค่อย ๆ เห็นผลชัดขึ้นในช่วง 1 ถึง 3 เดือน โดยผลลัพธ์จะเด่นขึ้นเต็มที่ประมาณ 2 ถึง 3 เดือนหลังทำ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

ผลลัพธ์หลังทำ XERF อยู่นานแค่ไหน และควรทำซ้ำเมื่อไร

มีการระบุว่าผลลัพธ์หลังทำ XERF สามารถอยู่ได้ประมาณ 6 ถึง 12 เดือน ซึ่งอาจแตกต่างกันตามอายุ คุณภาพผิว และการดูแลหลังทำ โดยมักแนะนำให้ทำซ้ำทุก 6 เดือนถึง 1 ปี เพื่อคงผลลัพธ์อย่างต่อเนื่อง

XERF ปลอดภัยแค่ไหน มีผลข้างเคียงหรือไม่

XERF ถูกระบุว่าเป็นเทคโนโลยียกกระชับที่ปลอดภัย และผ่านการรับรอง U.S. FDA พร้อมระบบควบคุมพลังงานและอุณหภูมิแบบเรียลไทม์ เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องความร้อนเกิน

ผลข้างเคียงที่อาจพบได้

  • ผิวแดงเล็กน้อยหลังทำ
  • รู้สึกตึงผิว
    อาการเหล่านี้มักเป็นอาการชั่วคราว และสามารถหายได้เองตามธรรมชาติภายใน 1 ถึง 2 วัน

หลังทำ XERF ดูแลตัวเองอย่างไร

  • หลังทำสามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
  • หลีกเลี่ยงแดดจัด และทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ
  • งดซาวน่า อบไอน้ำ หรือทรีตเมนต์ความร้อนบริเวณผิวประมาณ 1 ถึง 2 วัน
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ และทามอยส์เจอร์ไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น
  • ดูแลสุขภาพโดยรวม เช่น ออกกำลังกายและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

มารู้จักกับโปรแกรม OligioX

เครื่องยกกระชับ ที่ใช้พลังงาน Monopolar RF รุ่นใหม่ล่าสุด พัฒนาต่อยอดนวัตกรรมจากเครื่อง Oligio รุ่นเดิมให้มีพลังงานที่สูงขึ้น มีระบบปล่อยลมเย็น Intensive Cooling System ที่ทำงานควบคู่กับการปล่อยพลังงานความร้อน จึงลดโอกาสผิวเบิร์นได้แม้จะใช้พลังงานสูงในการยกกระชับ ช่วยฟื้นฟูผิวจากภายใน กระตุ้นไฟโบบลาสต์ เร่งกระบวนการผลิตคอลลาเจนใต้ชั้นผิวขึ้นใหม่ ช่วยให้ผิวอิ่มฟู ดูเด็กขึ้น รูขุมขนกระชับ ลดริ้วรอย เบลอรอยย่น ลดร่องแก้มและร่องน้ำหมาก ลดเซลล์ลูไลท์

จุดเด่นของ Oligio X รุ่นใหม่

  • กำลังไฟสูงสุด 400 วัตต์ ให้พลังงานทรงพลังและเสถียรขึ้น
  • Dual-Mode (G และ X) ปรับความเข้มข้นได้ตามปัญหา พร้อมดูแลทั้งผิวชั้นบนและชั้นลึกในแผนเดียว
  • หน้าจอ Real-time แสดงผลระหว่างการรักษา Shot ต่อ Shot เพื่อให้เห็นพลังงานที่ส่งสู่ผิว
  • เทคโนโลยี GXG เน้นการส่งพลังงานให้ครอบคลุมและแม่นยำ
  • พลังงานลงลึกขึ้น ความร้อนยาวนานขึ้น จึงช่วยสนับสนุนผลลัพธ์ด้านความกระชับ
  • ระบบความเย็นมีประสิทธิภาพขึ้น ระบายความร้อนตามเวลาจริง เพิ่มความสบาย

บริเวณที่เหมาะกับการทำ OligioX

  • ทั่วใบหน้าและลำคอ
  • รอบดวงตา
  • บริเวณลำตัว เช่น แขน ก้น เข่า ต้นขา (ตามการประเมินของแพทย์)

OligioX เหมาะกับใคร

  • อายุประมาณ 25 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่เริ่มมีปัญหาความหย่อนคล้อย
  • ผิวขาดความยืดหยุ่น ผิวไม่เฟิร์ม
  • มีไขมันใต้ผิว แก้ม/เหนียงชัดขึ้น
  • กรอบหน้าไม่คม หน้าไม่เรียว
  • มีริ้วรอยรอบดวงตา หนังตาตกเล็กน้อย
  • มีริ้วรอยรอบริมฝีปาก หรือร่องแก้มระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง
  • รูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบเนียน ผิวเป็นคลื่นคล้ายผิวเปลือกส้ม

ผลลัพธ์หลังทำ Oligio X (3 ด้านหลัก)

1) ยกกระชับ (Lifting & Tightening)

  • ผิวที่หย่อนคล้อยดูกระชับขึ้น
  • เก็บเหนียงให้กรอบหน้าดูชัดขึ้น
  • ปรับรูปหน้าให้ดูเรียวและมีมิติขึ้น

2) ฟื้นฟูผิว (Skin Rejuvenation)

  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่
  • ปรับโครงสร้างผิวให้ดูสุขภาพดีขึ้น
  • ผิวที่ไม่เรียบเนียนดูเรียบขึ้น
  • รูขุมขนดูกระชับขึ้น ผิวดูละเอียดขึ้น

3) ลดเลือนริ้วรอย (Wrinkle Reduction)

  • ริ้วรอยเล็ก ๆ และร่องแก้มดูตื้นขึ้น
  • ริ้วรอยรอบดวงตาดูลดลง
  • ร่องแก้มเล็กน้อยถึงปานกลางดูจางลง

เปรียบเทียบ XERF vs OligioX

หัวข้อเปรียบเทียบXERFOligioX
ประเภทเทคโนโลยีMonopolar RF (Radiofrequency)Monopolar RF (Radiofrequency)
จุดเด่นหลักDual-Frequency ช่วยวางพลังงานได้ทั้งชั้นผิวตื้นและชั้นลึกในเคสเดียวGXG Dual-Mode (โหมด G และ X) เน้นการทำงานแบบคู่
ความถี่ที่ระบุ6.78 MHz + 2 MHz (Dual-Frequency) ช่วยให้แพทย์ “ปรับมิติการรักษา” ได้กว้างขึ้นเป็น Monopolar RF + GXG
โหมดการทำงานปรับลงลึกได้มากถึง 3 ระดับ (ตื้น/กลาง/ลึก) ช่วยออกแบบการรักษาให้เหมาะกับปัญหาเฉพาะจุดได้อย่างละเอียด2 โหมดหลัก: G และ X (ทำงานคู่ตามคอนเซปต์ GXG)
ผลลัพธ์เด่นยกกรอบหน้า แนวกราม และความกระชับที่สังเกตได้ชัด พร้อมงานผิวเรียบเนียนขึ้นยกกระชับแบบนุ่มนวล เน้น “เย็นขึ้น ทำสบายขึ้น”
การปรับแต่งตามสภาพผิวปรับพลังงานและระดับความลึกได้หลายระดับ เหมาะกับเคสที่ต้องการ “ผลลัพธ์ชัด” และต้องการความแม่นยำเน้นโหมดการทำงานเป็นคู่ เพิ่มความสบายระหว่างทำ
เหมาะกับใครผิวหย่อนคล้อยระดับเริ่มต้น–ปานกลางที่ต้องการผลชัด, กรอบหน้าไม่ชัด, เหนียงเริ่มมา, รูขุมขนกว้าง/ผิวไม่เรียบอายุ 20+ ถึง 40+ เหมาะกับคนที่เน้นความสบายระหว่างทำ
บริเวณที่ทำได้ใบหน้า ลำคอ ใต้คาง แนวกราม (ตามแพทย์ประเมิน)ใบหน้า ลำคอ รอบดวงตา และลำตัวบางส่วน
ระยะเวลาเห็นผลเห็นทันที 20–30% และชัดขึ้นใน 1–3 เดือนเห็นความเปลี่ยนแปลงหลังทำ และค่อย ๆ ดีขึ้นตามคอลลาเจน
ระยะเวลาคงผลประมาณ 6–12 เดือนประมาณ 8–12 เดือน
สรุปสั้น ๆถ้าต้องการ “ยกกรอบหน้าแบบชัด” + “ปรับแผนได้ละเอียดหลายชั้นผิว” เลือก XERFถ้าต้องการ “ทำสบายขึ้น” และยกกระชับแบบละมุน เลือก OligioX

Review โปรแกรม XERF

Review โปรแกรม OligioX


เขียนโดย: ทีมบรรณาธิการ Siam Clinic
อัปเดตล่าสุด: 19 กุมภาพันธ์ 2026


Contact Siam Clinic Phuket