ข้ามไปที่เนื้อหา
Siam Clinic Phuket

Body Recomposition – ดูดไขมัน Liposuction

This image has an empty alt attribute; its file name is bottooo-09-300x145.png

ดูดไขมัน (Liposuction) คือ เป็นการใช้เครื่องมือที่มีลักษณะคล้ายท่อยาวใส่เข้าไปใต้ผิวหนัง เพื่อดูดเอาไขมันส่วนเกินออกมาจากบริเวณต่างๆ เช่น หน้าท้อง สะโพก ก้น ต้นขา ต้นแขน คอ การดูดไขมันไม่สามารถลดความอ้วนทั่วร่างกายได้ แต่สามารถลดจำนวนไขมันบริเวณส่วนต่างๆ ที่สะสมอยู่เฉพาะที่ได้ ช่วยให้รูปร่างดูดีขึ้นและมีความรู้สึกมั่นใจมากขึ้น ดูดไขมันภูเก็ต ได้ที่สยามคลินิกภูเก็ต

สารบัญ
  1. ผู้ที่เหมาะสำหรับการดูดไขมัน (Liposuction)
  2. ดูดไขมัน (Liposuction) บริเวณใดได้บ้าง
  3. ขั้นตอนการดูดไขมัน (Liposuction)
  4. ก่อนการดูดไขมัน (Liposuction) ควรทำอย่างไร
  5. ข้อควรรู้หลังการดูดไขมัน (Liposuction)
  6. ผลข้างเคียงของการดูดไขมัน (Liposuction)
  7. ระยะเวลาในการพักฟื้นหลังดูดไขมัน (Liposuction)
  8. การเก็บสเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อไขมัน (Adipose Tissue)
  9. วิธีอื่นๆนอกเหนือจากการดูดไขมัน มีวิธีใดบ้าง
  10. รูปภาพ รีวิวเคสบริการดูดไขมัน Liposuction
  11. ติดต่อสยามคลินิกภูเก็ต

ผู้ที่เหมาะสำหรับการดูดไขมัน (Liposuction)

  • คนรูปร่างปกติ หรือคนที่รูปร่างอวบ แล้วมีไขมันบางส่วนมากจนทำให้สัดส่วนไม่เหมาะสม และถึงแม้ใช้วิธีการออกกำลังกายลดเฉพาะส่วนแล้วก็ยังไม่เห็นผล
  • คนที่ผ่านการลดน้ำหนักลงมาแล้ว แต่ยังมีไขมันในบางส่วน และต้องการความกระชับ
  • คนที่มีไขมันเฉพาะส่วนโดดเด่นจนเกินไป เช่น หนอกหลัง เหนียงคอ
  • คนที่สัดส่วนหย่อนคล้อย เนื่องจากสาเหตุอายุที่มากขึ้น
การดูดไขมัน เหมาะสำหรับผู้ที่มีรูปร่างและน้ำหนักตัวที่ปกติและต้องการจะมีสัดส่วนในแบบที่ต้องการ และมีบริเวณที่มีการสะสมของไขมันที่กำจัดได้ยากแม้จะมีการออกกำลังกายหรือควบคุมอาหารแล้วก็ตาม ซึ่งการดูดไขมันไม้ได้เป็นการรักษาโรคอ้วน

ดูดไขมัน (Liposuction) บริเวณใดได้บ้าง

การดูดไขมันไม่สามารถทำได้ทุกบริเวณของร่างกาย เพราะบางส่วนของร่างกายมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะในบริเวณที่มีเส้นประสาทจำนวนมากอย่างเช่น ใบหน้า การดูดไขมันช่วยจัดการปัญหาเรื่องไขมันสะสม ไขมันเฉพาะส่วน ช่วยกระชับสัดส่วน ให้รูปร่างดูดีขึ้น ดูเหมาะสมขึ้น ซึ่งไม่ใช่เป็นการลดน้ำหนักแต่อย่างใด โดยบริเวณที่สามารถดูดไขมันได้ มีดังนี้

  • ดูดไขมันหน้าท้อง เป็นบริเวณที่มีไขมันพอกพูนสะสมเป็นจำนวนมาก
  • ดูดไขมันต้นแขน ใต้ท้องแขน ลดปัญหาไขมันสะสมเฉพาะบริเวณ ช่วยจัดการปัญหาแขนใหญ่แขนย้วยได้อย่างเฉพาะเจาะจง แต่สำหรับบุคคลที่ท้องแขนห้อยมาก
  • ดูดไขมันต้นขา เพราะต้นขาเป็นอีกหนึ่งบริเวณไขมันสะสมขนาดใหญ่ที่กำจัดได้ยาก ซึ่งการดูดไขมันจะช่วยลดขนาดต้นขาลงได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังสามารถทำการดูดไขมันรอบขาได้ เพื่อให้มีขาเรียวเล็กสมส่วน
  • ดูดไขมันคางหรือเหนียง เป็นบริเวณที่ไขมันสะสมเฉพาะส่วนที่ลดน้ำหนักก็ยังไม่สามารถลดไขมันใต้คางออกไปได้ การดูดไขมันจะช่วยจัดการปัญหาคางหนาเหนียงใหญ่ได้อย่างเฉพาะจุด
  • ดูดไขมันสะโพก บางคนมีปัญหาไขมันสะสมเฉพาะส่วนสะโพก ทำให้สะโพกใหญ่เกินรูปร่าง สะโพกใหญ่เด่นชัดเกินไป
  • ดูดไขมันเอว สาวๆ หลายคนไม่ได้มีปัญหารูปร่าง แต่ต้องการมีเอว S การดูดไขมันเฉพาะส่วนเอวก็ช่วยสร้างความเว้าให้เห็นเอวชัดขึ้นได้
  • ดูดไขมันบริเวณปีกนางฟ้า หรือบริเวณปีกด้านหลังที่มีไขมันล้นเสื้อชั้นในออกมา

การดูดไขมันควรอยู่ภายใต้ดุลยพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อจะได้ตอบโจทย์การแก้ปัญหาด้านไขมันสะสมได้อย่างตรงจุดที่สุด


ขั้นตอนการดูดไขมัน (Liposuction)

การดูดไขมันด้วยเทคนิค Tumescent หรือการใส่ยาชาและน้ำเกลือที่เนื้อเยื่อไขมัน ซึ่งการดูดไขมันเทคนิค Tumescent นั้นถูกใช้ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1987 โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนังจากแคลิฟอร์เนีย และกลายเป็นวิธีการดูดไขมันวิธีหลักจนถึงทุกวันนี้ โดยมีขั้นตอนคร่าวๆ ดังนี้

  • ฉีดสารละลายน้ำเกลือ (Saline) ซึ่งประกอบด้วย ยาชา และ อะดรีนาลีน (Adrenaline) เข้าไปในเนื้อเยื่อไขมันเพื่อช่วยระงับความรู้สึกและลดการเสียเลือด
  • แพทย์จะใส่ท่อขนาดเล็กลงในเนื้อเยื่อไขมันและใช้อุปกรณ์สุญญากาศดูดไขมันในบริเวณที่ต้องการ
    และหลังจากทำเสร็จแล้ว แพทย์จะใช้ผ้าพันแผลพันรอบบริเวณที่ดูดไขมันเพื่อช่วยลดอาการบวมและทำให้แผลหายได้ง่ายยิ่งขึ้น

ขั้นตอนการดูดไขมันที่สยามคลินิก


ก่อนการดูดไขมัน (Liposuction) ควรทำอย่างไร

  • ยาประจำตัวต้องให้แพทย์พิจารณาก่อนเสมอ
  • หากมีโรคประจำตัวควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนเสมอ เพราะอาจจะเกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างการทำหัตถการได้
  • งดอาหารก่อนเข้ารับการผ่าตัดตามที่แพทย์กำหนด
  • งดการสูบบุหรี่

ข้อควรรู้หลังการดูดไขมัน (Liposuction)

  • หลังการดูดไขมันอาจมีอาการบวมเขียวช้ำได้ประมาณ 2-4 สัปดาห์ แต่จะไม่ส่งผลกับการใช้ชีวิตประจำวัน ให้รับประทานยาติดต่อกันตามแพทย์สั่งอย่าให้ขาด ถ้ามีอาการปวดสามารถรับประทานยาแก้ปวดได้
  • งดการอาบน้ำในวันแรกหลังทำ แต่สามารถอาบได้ในวันถัดไป และให้ปิดพลาสเตอร์กันน้ำในบริเวณที่ผ่านการดูดไขมันอย่างมิดชิด หลีกเลี่ยงไม่ให้แผลโดนน้ำในช่วงแรกหรือจนแผลแห้ง
  • ใส่ชุดกระชับตลอด 24 ชม. ในช่วง 1 เดือนแรก เพื่อป้องกันการเกิดก้อนผิวไม่เรียบในบริเวณที่ดูดไขมัน โดยชุดกระชับหลังดูดไขมันจะมีหลายรูปแบบ สามารถดูได้ที่ร้านค้าของทางคลินิกได้ ที่นี่
  • งดกิจกรรมหนัก สามารถออกกำลังกายเบาๆ ได้ แต่หลังจาก 2-4 สัปดาห์ไปแล้ว สามารถออกกำลังกายได้ตามปกติ
  • งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอลล์ เพราะส่งผลให้แผลหายช้ากว่าปรกติ

ผลข้างเคียงของการดูดไขมัน (Liposuction)

หลังจากการดูดไขมันเสร็จสิ้นเรียบร้อยจะเกิดสิ่งเหล่านี้ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เช่น

  • มีการบวมและช้ำ ซึ่งอาจเป็นนานถึง 6 เดือน
  • มีอาการชา ซึ่งจะหายไปเองภายใน 6-8 สัปดาห์
  • อาจมีรอยแผลเป็นในส่วนของบริเวณที่สอดใส่เข็มดูด
  • เกิดการอักเสบและติดเชื้อในบริเวณที่รับการรักษา
  • มีการสะสมของของเหลว เป็นถุงใต้ผิวหนัง

ในบางรายอาจส่งผลให้เกิดผลข้างเคียงที่ผิดพลาด ดังต่อไปนี้

  • หลังจากการดูดไขมันแล้วเป็นก้อนไม่สม่ำเสมอ
  • การเปลี่ยนแปลงของสีผิวในพื้นที่ที่ได้รับการรักษา ห้อเลือด
  • เกิดอาการชาเป็นระยะเวลาหลายเดือน
  • อาจสร้างความเสียหายให้กับอวัยวะภายในระหว่างขั้นตอนการดูดไขมัน เช่น เข็มหรือท่อแทงทะลุลำไส้
  • ภาวะไขมันหรือลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด
  • นอกจากนั้น ขั้นตอนการรักษาอาจทำให้เกิดความเสี่ยง เช่น มีเลือดออกมาก เกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ เกิดการติดเชื้อ หรือมีอาการแพ้ยาชา

ระยะเวลาในการพักฟื้นหลังดูดไขมัน (Liposuction)

  • โดยส่วนใหญ่แล้ว ผู้ที่เข้ารับการดูดไขมันจะสามารถกลับมาทำงานได้ภายในไม่กี่วัน และสามารถกลับมาทำกิจกรรมหรือใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติภายใน 2 สัปดาห์ แต่ระยะเวลาจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

การเก็บสเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อไขมัน (Adipose Tissue)

การเก็บสเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อไขมัน (Adipose Tissue) เป็นกระบวนการที่ใช้ในการสกัดสเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อไขมันของร่างกาย เนื้อเยื่อไขมันเป็นแหล่งที่มาของสเต็มเซลล์ที่มีศักยภาพสูงในการเจริญเติบโตและแยกตัวเป็นชนิดของเซลล์อื่น ๆ

สเต็มเซลล์เหล่านี้เรียกว่า “สเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อไขมัน” (Adipose-derived stem cells; ADSCs) และมีความสำคัญในงานวิจัยทางด้านการแพทย์เพื่อใช้สำหรับการรักษาโรคต่าง ๆ หรือด้านการชะลอวัย (Anti-Aging) ได้ โดยไม่เป็นอันตราย ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ เนื่องจากเป็นเซลล์ตัวเราเอง

สำหรับที่ต้องการ “ดูดไขมัน” เพื่อกำจัดไขมันส่วนเกินเฉพาะจุดออกอยู่แล้ว สามารถทำการจัดเก็บ “สเต็มเซลล์ไขมัน” เพื่อนำไปเพาะเลี้ยง  สเต็มเซลล์ (Stem Cell) ได้เลยเช่นกัน
cluster of Fat cells

วิธีอื่นๆนอกเหนือจากการดูดไขมัน มีวิธีใดบ้าง

นอกเหนือจากวิธีการกำจัดไขมันด้วยการดูดไขมันแล้ว ทางสยามคลินิกยังมีให้บริการสลายไขมันส่วนเกิน ด้วยวิธีการที่แตกต่างออกไปดังนี้

รูปภาพ รีวิวเคสบริการดูดไขมัน Liposuction

ทางสยาม คลินิก ภูเก็ต ได้รวบรวมผลงานคนไข้จริงที่เข้ามารับบริการที่คลินิกเพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่ผู้ที่สนใจจะมารับบริการได้ตัดสินใจได้ง่ายมากขึ้น เพราะเราเชื่อว่าหลังทำหัตถการต้องเห็นผลชัดเจน ท่านเลื่อนดูรูปภาพรีวิวเคสทรีตเม้นต์ใบหน้าได้ด้านล่างได้เลยค่ะ


ติดต่อสยามคลินิกภูเก็ต